บันทึกการเรียนรู้


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 6

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ.2559

ความรู้ที่ได้รับ

คาบที่ 6 ของวิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย ภายในคาบได้มีการฝึกสอบสอนทีละคน โดยการให้สอนคำคล้องจองในเรื่องที่แต่ละคนเลือกมา รวมทั้งให้อ.บาสและพี่ปี 5 เป็นผู้คอยให้ข้อเสนอแนะให้เมื่อมีสิ่งที่ควรปรับปรุง



คำคล้องจองใบหน้าของหนู



การนำความรู้ไปใช้

ในการเป็นครูนั้น จะต้องมีการจัดทำจัดเตรียมสื่อเพื่อเอาไว้สอนในหน่วยการเรียนรู้เรื่องต่างๆ และจะต้องมีการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะสอนในแต่ละครั้ง






                                                                                              

การประเมินผล

ตนเอง: ทำชาร์ตออกมาไม่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย เช่น เขียนชื่อผู้แต่งไว้ด้านล่างสุด เมื่อออกไปสอบสอนเกิดความรู้สึกตื่นเต้น ทำให้พูดผิดพูดถูกและในบางทีอาจพูดไม่เหมาะสมกับเด็กปฐมวัย
เพื่อน: ให้ความร่วมมือกับการนั่งฟังเพื่อนสอบสอนกันอย่างตั้งใจ
อาจารย์: ให้คำแนะนำเมื่อมีสิ่งที่ควรปรับปรุง





บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 5

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ.2559

ความรู้ที่ได้รับ

คาบที่ 5 ของวิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย ในชั่วโมงต้นคาบได้มีการให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกไปลองสอนดูข้างหน้าห้อง


   ก่อนที่จะให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกไปนำสอน อ.เบียร์ได้ทบทวนวิธีการสอนให้ดูอีก 1 รอบก่อน





 หลังจากที่แต่ละกลุ่มได้ทดลองสอนหน้าชั้นเรียนแล้ว ก็ทวนเพลงที่ได้ฝึกร้องเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไป เพลงละ 2 รอบ แล้วก็เริ่มเข้าสู่บทเรียน


อาทิตย์นี้เรียนเรื่องแนวทางการจัดประสบการณ์ทางภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย โดยการจัดนั้นจะต้องสอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กปฐมวัยด้วยคือ เด็กปฐมวัยชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ช่างสงสัย มีความคิดสร้างสรรค์และชอบเลียนแบบ ซึ่ง Kenneth Goodman ได้เสนอการสอนแบบภาษาธรรมชาติขึ้นมา เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนรู้และธรรมชาติของเด็ก

การนำความรู้ไปใช้

การเรียนเรื่องภาษาธรรมชาติทำให้เข้าใจธรรมชาติของเด็ก และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปจัดประสบการณ์ให้กับเด็กในอนาคตได้

การประเมินผล

ตนเอง: เข้าเรียนตรงต่อเวลา ตั้งใจฟังอาจารย์
เพื่อน: ตั้งใจฟังอาจารย์ ให้ความร่วมมือภายในชั้นเรียนเป็นอย่างดี
อาจารย์: สอนเนื้อหาเข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ


               

บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 4

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ.2559

ความรู้ที่ได้รับ

คาบที่ 4 ของวิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย ในชั่วโมงต้นคาบนั้นได้ฝึกหัดร้องเพลงสำหรับเด็กปฐมวัยเพลงใหม่ ได้แก่ เพลงตาดูหูฟัง เพลงจ้ำจี้ดอกไม้ เพลงดอกไม้ เพลงนกเขาขันและเพลงกินผักกัน ของอ.ศรีนวล รัตนสุวรรณ



พอฝึกหัดร้องเพลงกันเรียบร้อยแล้ว ก็เรียนเรื่องคำคล้องจอง โดยที่ให้จับกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ช่วยกันแต่งคำคล้องจอง รวมทั้งมีภาพประกอบเพื่อให้เหมาะกับเด็กปฐมวัย เพราะเด็กปฐมวัยยังไม่สามารถอ่านหนังสือได้ จึงต้องมีภาพช่วยประกอบกับตัวเขียน


  

ก่อนจะลงมือเขียนจำเป็นต้องวางแผนผังเรื่องก่อนที่จะเริ่มต้นเขียน เพื่อที่จะแตกแขนงออกเป็นเรื่องๆได้ โดยกลุ่มของเราได้ทำเรื่องท้องฟ้า โดยเริ่มคิดก่อนว่าบนท้องฟ้านั้นมีอะไรบ้าง อย่างบนท้องฟ้าก็จะมีเมฆ ฝน พระอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว พอแต่งคำคล้องจองเสร็จก็แบ่งหน้าที่ คนเขียน คนวาดรูป

คำคล้องจอง โลกของท้องฟ้า
วิธีการนั่งสอนคือ ถ้าไม่มีเก้าอี้ก็นั่งสอนกับพื้น ใช้มือข้างที่ถนัดในการชี้ โดยที่อ่านคำไหนก็จะต้องเอาไม้ชี้ตามไปกับคำที่เราอ่าน การอ่านคำคล้องจองมี 3 วิธี  1.อ่านทีละหนึ่งบรรทัดแล้วให้เด็กอ่านตาม  2.อ่านให้ฟังหนึ่งรอบแล้วให้เด็กอ่าน  3.ให้เด็กอ่านไปพร้อมกับคุณครู


คำคล้องจอง พิซซ่า แต่งโดยคุณครูและเด็กชั้นอนุบาล2

การนำความรู้ไปใช้


คำคล้องจองเป็นขั้นนำในการสอนเด็กปฐมวัย จำเป็นจะต้องแต่งคำคล้องจองให้เป็นเพื่อจะสามารถนำไปใช้ในการเป็นครูในอนาคตได้

การประเมินผล

ตนเอง: มาเรียนตรงต่อเวลา ไม่ค่อยกระตือรือร้นในการเรียนเท่าสัปดาห์ที่ผ่านมา
เพื่อน: ให้ความร่วมมือภายในคาบเป็นอย่างดี
อาจารย์: เข้าสอนตรงต่อเวลา สอนเข้าใจง่าย สามารถนำไปปรับใช้ในอนาคตได้





บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 3

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ.2559

ความรู้ที่ได้รับ

คาบที่ 3 ของวิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย เริ่มคาบวิชาเรียนด้วยการทวนเพลงที่เคย

ได้เรียนไป



หลังจากที่ร้องเพลงกันแล้วต่อมาก็จะเข้าสู่บทเรียนเรื่องแนวคิดนักการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาภาษาของเด็กปฐมวัย ซึ่งมีแนวคิดเกี่ยวกับแนวคิดในกลุ่มต่างๆ เช่น แนวคิดของกลุ่มพฤติกรรมนิยม จะมีของ Skinner ซึ่งให้ความสำคัญกับสิ่งเร้าและการตอบสนอง ทฤษฎีของ John B. Watson โดยเป็นทฤษฎีแบบวางเงื่อนไข ส่วนตัวแล้วไม่ชอบทฤษฎีนี้เลยเพราะเหมือนต้องวางข้อจำกัดให้เด็ก เด็กไม่ได้อิสระในการเรียนรู้ และอีกกลุ่มแนวคิดพัฒนาการทางสติปัญญา ซึ่งมีนักทฤษฎี Vygotsky  และ Piaget







ทดสอบการใช้ภาษา เมื่อเราได้รับการฝึกฝนก็จะสามารถทำได้ดีขึ้น

อ.เบียร์แจกกระดาษและสีเทียนให้ โจทย์มีอยู่ว่า "ให้วาดสิ่งที่ตัวเองรัก" โดยที่เรานั้นเปรียบเสมือนกับเป็นเด็ก เมื่อวาดเสร็จแล้วก็จะนำภาพที่เราวาดให้เพื่อนที่รับบทบาทเป็นคุณครูเขียนบรรยายใต้ภาพให้ จากนั้นก็มาเล่าสิ่งที่ตัวเองวาดหน้าชั้นเรียน





ฝึกคัดลายมือลงในกระดาษแผ่นใหญ่


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

1.การเรียนรู้ทฤษฎีของนักทฤษฎีทำให้เราสามารถนำแนวคิดมาประยุกต์ใช้กับการสอนของตนเองได้
2.การใช้ภาษาเป็นสิ่งสำคัญในการสอนเด็ก
3.การฝึกคัดลายมือ เมื่อเราได้เป็นครูก็จะได้เป็นตัวอย่างให้กับเด็ก และเด็กจะฝึกหัดเขียนได้ง่าย เพราะตัวหนังสือมีความใหญ่และชัดเจน


การประเมินผล

ตนเอง: มาเรียนตรงต่อเวลา ให้ความร่วมมือกับในชั้นเรียน
เพื่อน: ตั้งใจเรียน ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
อาจารย์: ตรงต่อเวลา สอนเนื้อหาจากเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย สอนไม่น่าเบื่อ

ได้ดาวเด็กดีมาหนึ่งดวง







บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2

วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ความรู้ที่ได้รับ

คาบที่2ของวิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย อ.เบียร์เปรียบเสมือนที่ปรึกษาอีกคน เพราะจะคอยตักเตือนสั่งสอนอยู่ทุกอาทิตย์ หลังจากที่อ.เบียร์ได้พูดแล้วก็ทวนเพลงสวัสดีที่ได้ร้องไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โดยที่ให้นักศึกษาสมมติตัวเองเป็นดอกไม้และผีเสื้อ มันทำให้รู้สึกว่าตัวเองกลับไปเป็นเด็กอนุบาลตัวน้อยๆแล้วเล่นกับเพื่อนๆตามคำสั่งของคุณครู จากที่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีปัญหาเรื่องการประกอบจังหวะ แล้วพอมาอาทิตย์นี้ได้ลองมาตั้งสติดีๆ ฟังเสียงทำนองก็พบว่าตัวเองสามารถทำได้เหมือนกัน ถ้าไม่ติดเล่นเกินไป แล้วอ.เบียร์ก็สอนเพลงใหม่ แต่ละเพลงถือว่าเป็นพื้นฐานของการร้องเพลงเด็กเลย  เช่น เพลงอาบน้ำ เพลงพี่น้องกัน ของอ.ศรีนวล รัตนสุวรรณ ในความคิดแล้วเพลงที่ร้องยากที่สุดคือเพลงนม เพราะมีช่วงทำนองที่ขึ้นเสียงสูงเสียงต่ำ หลังจากที่ได้ร้องเพลงพร้อมท่าทางไปแล้วอ.เบียร์ก็เข้าสู่การสอนเรื่องภาษาว่าภาษาหมายถึงการสื่อสาร โดยส่วนใหญ่แล้วจะมีรูปมาให้ดูแล้วให้เราตีความ มีภาพมากมายทำให้ไม่รู้สึกเบื่อกับการเรียน สุดท้ายก่อนกลับบ้านอ.เบียร์ได้ให้การบ้านฝึกหัดคัดไทย ไม่ต้องส่ง แต่ให้กระดาษมาฝึกคัดเพื่อให้เขียนป้ายชื่อนำมาห้อยอาทิตย์หน้า

ตัวอย่างของภาษา

อ.เบียร์คอยสั่งสอนและตักเตือน

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

สามารถนำเพลงที่เรียนไปประยุกต์ใช้กับการสอนเมื่อเราได้เป็นครูแล้วได้ และนำสิ่งที่อ.เบียร์คอยสอนและตักเตือนนำมาเตือนสติตัวเองอยู่เสมอ


การประเมินผล

ตนเอง: มาเรียนตรงต่อเวลา ตั้งใจเรียนเป็นบางช่วงแล้วก็ติดเล่นไปบ้าง ฝึกทักษะประกอบจังหวะได้ดีขึ้น
เพื่อน: ตั้งใจฟังอาจารย์ คอยตอบคำถามของอาจารย์อยู่ตลอด ให้ความร่วมมือกับอาจารย์เป็นอย่างดี
อาจารย์: อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา เวลาที่อาจารย์ร้องเพลงในบางช่วงรู้สึกว่าเสียงอาจารย์ไม่ดังพอ และในบางครั้งไม่เห็นถึงความแตกต่างของช่วงทำนอง





บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 1

วันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ความรู้ที่ได้รับ

คาบแรกของวิชาการจัดประสบการณ์ภาษาสำหรับเด็กปฐมวัย เป็นคาบแรกที่ได้เรียนกับอ.เบียร์ ในคาบแรกมีการพูดคุยและพูดอธิบายเกริ่นนำ แนะนำรายวิชา แจกตาปั๊มสะสมการเข้าเรียน ถ้าเป็นเด็กดีช่วยคุณครูก็จะได้ดาวเด็กดี จากนั้นก็ได้ลองฝึกเขียนตัวอักษรไทยหัวกลม ขนาดตัวอักษรประมาณ 2.5 นิ้ว ตอนเริ่มเขียนรู้สึกเกร็งมาก เพราะไม่เคยเขียนแบบนี้มาก่อน ปกติก็เป็นคนเขียนตัวหนังสือค่อนข้างเล็ก ตัวหนังสือที่คิดว่าเขียนยากคือ ข ฃ ช ซ ตัวที่คิดว่าเขียนสวยที่สุดคือตัว ฆ หลังจากที่นั่งเกร็งคัดตัวอักษรตั้งนาน อ.เบียร์ก็ได้บอกว่า "ถ้าเราไม่เกร็ง ปล่อยตัวตามสบาย เราก็จะเขียนได้" พอได้ยืนแบบนั้นก็เลยลองเขียนตามที่อ.บอกดู ปรากฏเขียนเร็วขึ้นตัวหนังสือก็ออกมาใช้ได้ พอเอาไปให้อ.เบียร์ตรวจก็ได้รับคำชมกลับมาว่าเขียนได้โอเค แต่ต้องกลับไปฝึกเขียนตัวพวก ข ฃ ช ซ ถึงอ.เบียร์ไม่ได้พูดเรื่องตัวหนังสือเอียง แต่ก็พอรู้ตัวอยู่ เพราะฉะนั้นจำเป็นต้องกลับไปฝึกคัดไทยแล้ว อยากลองฝึกเขียนมือขวาให้ได้ด้วย หลังจากที่เพื่อน(เกือบ)ทุกคนเขียนเสร็จแล้ว อ.เบียร์ก็สอนร้องเพลงสวัสดีพร้อมกับสวัสดีเป็นภาษาอาเซียนด้วย แต่มันไม่ได้ยากตรงภาษาหรอก มันยากตรงท่าทางประกอบจะทำยังไงให้ตรงจังหวะ มันถือเป็นเรื่องนึงที่เป็นจุดอ่อนของตัวเอง จึงจำเป็นที่จะต้องฝึกฝนตัวเองซะแล้ว

ได้ตราปั๊มเข้าเรียน 1 ดวงแล้ว เย่


ฝีมือการคัดไทยครั้งแรก


การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้

คุณครูจำเป็นจะต้องมีลายมือที่ตัวใหญ่ เขียนสวยเป็นแบบอย่างให้กับนักเรียน ยิ่งเมื่อสอนให้กับเด็กอนุบาลแล้วยิ่งจำเป็นต้องเขียนตัวหนังสือให้ชัดเจน และคุณครูต้องมีทักษะในการร้องเพลงสอนเด็ก เด็กจะจำได้ดีขึ้นถ้าร้องเป็นเพลง และจะทำให้เด็กเกิดความสนใจ


การประเมินผล

ตนเอง: ตั้งใจฟังที่อาจารย์พูด มาเรียนตรงต่อเวลา แต่ยังมีปัญหาเรื่องการออกท่าทางประกอบจังหวะอยู่
เพื่อน: ตั้งใจฟังอาจารย์กันทุกคน ไม่มีเพื่อนคนไหนพูดแทรก มาเรียนตรงต่อเวลา ให้ความร่วมมือกับอาจารย์
อาจารย์: อาจารย์เข้าสอนตรงต่อเวลา อาจารย์น่ารัก เป็นกันเองกับนักศึกษา